ห่างหายกันไปนานครับ พอดีผมไม่ค่อยว่างเขียนเสียเท่าไหร่ (งานสอน งานวิจัยเยอะมาก) วันนี้ขอเขียนอะไรเบาๆ อย่าง วิธีการเตรียมข้อมูล เพื่อจะนำไปวิเคราะห์ทางสถิติละกันนะครับ สิ่งที่เขียนนี้เป็นเทคนิคจากประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ ที่มักจะเจอจุดผิดพลาดของคนเตรียมข้อมูลที่ทำให้คนวิเคราะห์ต้องหนักใจครับ
โปรแกรมวิเคราะห์ทางสถิติส่วนใหญ่ มักจะต้องการข้อมูลที่ผ่านการเตรียมมาไว้ก่อนครับ จึงจะสามารถวิเคราะห์ค่าต่างๆ ทางสถิติออกมาได้
การเตรียมข้อมูลให้พร้อมตั้งแต่ตอนลงข้อมูล จะช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลทำได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงยังอำนวยความสะดวกให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้ง่าย
อันจะส่งผลทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ถูกต้องด้วย
ข้อมูลที่โปรแกรมส่วนใหญ่ต้องการ มักจะอยู่ในรูปแบบของตาราง ถึงแม้จะมีโปรแกรมฐานข้อมูลต่างๆ มากมายในการช่วยเตรียมข้อมูล เช่น Microsoft Access, EpiData
แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักจะเลือกเตรียมใน Spreadsheet เพราะมีโปรแกรม Spreadsheet อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์กันอยู่แล้ว และโปรแกรม Spreadsheet เหล่านี้ใช้งานได้ง่าย
จึงจะขอพูดถึงการเตรียมข้อมูลจากโปรแกรม Spreadsheet ที่ได้รับความนิยมอย่าง Microsoft Excel ครับ
ข้อมูลที่เราเตรียมจากโปรแกรม Microsoft Excel ควรเตรียมในลักษณะที่พร้อมที่จะนำเข้าโปรแกรมสถิติเลย กล่าวคือ
1. ทำข้อมูลในลักษณะตาราง โดยให้แถวตามแนวนอน (Row) แถวแรก เป็นชื่อของตัวแปร และในแถวถัดๆ มาเป็นข้อมูลจริง และให้เป็น 1 แถวต่อ 1 คนเท่านั้น (โปรแกรมจะไม่อ่านหลายแถว)
04 พฤษภาคม 2558
21 มีนาคม 2557
แนวทางปฏิบัติสำหรับการเขียนรายงานวิจัยทางคลินิก Guidelines for clinical research paper writing
วันนี้จะขอเขียนเรื่อง Guideline สำหรับการเขียนเปเปอร์ละกันนะครับ
ปกติแล้วการเขียนเปเปอร์ทางงานวิจัย แรกเริ่มเดิมทีก็ไม่ได้มีแนวทางการเขียนอะไรเป็นพิเศษ ใครอยากเขียนรายงานอย่างไรก็เขียนไป แต่ช่วงตั้งแต่หลังปี 2000 เป็นต้นมา เนื่องด้วยความที่โลกสื่อสารกันง่ายขึ้น มีการรายงานผลของการวิจัยไปยังหลายประเทศมากขึ้น และมีจำนวน Journal มากขึ้น ทำให้มีคนเสนอว่า เราควรรายงานผลการวิจัยให้มันตรงๆ กันเสียบ้าง เพื่อผู้อ่านจะได้ทำความเข้าใจกับงานวิจัยได้ง่ายขึ้น (เช่นไม่ใช่ว่า เปเปอร์นี้ไม่เขียนว่าวิเคราะห์แบบ intention to treat เลยบอกไม่ได้ว่าตกลงมีหรือไม่มี หรือมีการ Blinding คนวิจัยหรือไม่ เป็นต้น)
นี่ก็เลยเป็นที่มาของ Guildeline ต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ทำออกมาในรูปแบบของ Checklist เป็นข้อๆ ครับ เพื่อให้ง่ายต่อการอ่าน และส่วนใหญ่นอกจากตัว Checklist แล้ว ทีมผู้สร้างเขาก็มักจะแนบเปเปอร์ที่เป็นการอธิบายในรายละเอียดเอาไว้ด้วย (ส่วนใหญ่เรียกว่า Explanation and Elaboration)
ผมเลยลองสรุปมาให้ดูครับว่า มี Guideline อะไรบ้าง
ปกติแล้วการเขียนเปเปอร์ทางงานวิจัย แรกเริ่มเดิมทีก็ไม่ได้มีแนวทางการเขียนอะไรเป็นพิเศษ ใครอยากเขียนรายงานอย่างไรก็เขียนไป แต่ช่วงตั้งแต่หลังปี 2000 เป็นต้นมา เนื่องด้วยความที่โลกสื่อสารกันง่ายขึ้น มีการรายงานผลของการวิจัยไปยังหลายประเทศมากขึ้น และมีจำนวน Journal มากขึ้น ทำให้มีคนเสนอว่า เราควรรายงานผลการวิจัยให้มันตรงๆ กันเสียบ้าง เพื่อผู้อ่านจะได้ทำความเข้าใจกับงานวิจัยได้ง่ายขึ้น (เช่นไม่ใช่ว่า เปเปอร์นี้ไม่เขียนว่าวิเคราะห์แบบ intention to treat เลยบอกไม่ได้ว่าตกลงมีหรือไม่มี หรือมีการ Blinding คนวิจัยหรือไม่ เป็นต้น)
นี่ก็เลยเป็นที่มาของ Guildeline ต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ทำออกมาในรูปแบบของ Checklist เป็นข้อๆ ครับ เพื่อให้ง่ายต่อการอ่าน และส่วนใหญ่นอกจากตัว Checklist แล้ว ทีมผู้สร้างเขาก็มักจะแนบเปเปอร์ที่เป็นการอธิบายในรายละเอียดเอาไว้ด้วย (ส่วนใหญ่เรียกว่า Explanation and Elaboration)
ผมเลยลองสรุปมาให้ดูครับว่า มี Guideline อะไรบ้าง
26 กุมภาพันธ์ 2556
Measurement in Epidemiology: Ratio, Proportion, Rate
วันนี้ขอเปลี่ยนแนว มาเขียนเรื่องหนักไปด้านระบาดวิทยาจริงๆ ดูบ้างครับ ขอลองเขียนเรื่อง Measurement หรือการวัดในทางระบาดวิทยาดู
นักระบาดวิทยา มักจะชอบวัดสิ่งต่างๆ โดยการเปรียบเทียบกับสิ่งอื่นๆ ครับ โดยปกติแล้วทางระบาดวิทยา การเปรียบเทียบในลักษณะนี้จะออกมาในสามรูปแบบคือ
นักระบาดวิทยา มักจะชอบวัดสิ่งต่างๆ โดยการเปรียบเทียบกับสิ่งอื่นๆ ครับ โดยปกติแล้วทางระบาดวิทยา การเปรียบเทียบในลักษณะนี้จะออกมาในสามรูปแบบคือ
- Ratio
- Proportion และ
- Rate
ป้ายกำกับ:
Epidemiology,
Incidence,
Measurment,
Odds Ratio,
Prevalence,
Proportion,
Rate,
Ratio
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
